SOLUTIONS CORNER
7 เหตุผลที่คุณควรอัพเกรดระบบปฏิบัติการให้เป็น Windows 10

7เหตุผลที่คุณควรอัพเกรดระบบปฏิบัติการให้เป็น Windows 10

 
นี่คือหลายๆ เหตุผลที่เราได้ทำการรวบรวมไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาถึงประโยชน์ทางธุรกิจ ที่องค์กรของคุณจะได้รับจากการอัพเกรดระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าให้เป็น Windows 10
 
ประกาศสิ้นสุดการสนับสนุนสำหรับ Windows 7 ของ Microsoftนั้น น่าจะเพียงพอที่จะกระตุ้นให้องค์กรต่างๆ เร่งโอนย้ายไฟล์ของพวกเขาไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 10 แต่ความกลัวว่าจะถูกปล่อยทิ้งไว้บนระบบปฏิบัติการที่ไม่ปลอดภัยก็คงไม่ใช่เหตุผลเพียงข้อเดียวที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ยังมีเหตุผลทางธุรกิจอีกมากมายที่จะช่วยยืนยันว่าการอัพเกรดเป็น Windows 10 นั้น จะมอบคุณค่าที่แท้จริงให้กับพนักงานและองค์กรโดยรวม ได้อย่างไร
 
การโยกย้ายข้อมูล (Migration) ดังกล่าวไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่นั่นเป็นโอกาสที่คุณไม่ควรจะพลาด เพราะมันจะทำให้ระบบ IT ของคุณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และต่อไปนี้ก็คือหลายๆ เหตุผลที่จะช่วยอธิบายว่าทำไม Windows 10 จึงช่วยให้ธุรกิจของคุณดีขึ้น
 

หลีกเลี่ยงปัญหากวนใจอันเนื่องมาจากรหัสผ่าน

แน่นอนว่าแผนกไอทีจะต้องคุ้นเคยกับปัญหากวนใจเกี่ยวกับพนักงานที่จำ Loginเพื่อที่จะเข้าสู่ระบบ Windows ของตัวเองไม่ได้อยู่บ่อยครั้ง ซึ่ง Windows 10 และฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่รองรับการยืนยันตัวตน(Identification)ด้วยข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล หรือไบโอเมตทริกซ์ (Biometrics) ก็จะช่วยให้ปัญหากวนใจอันเนื่องมาจากรหัสผ่านให้หมดไปจากสำนักงาน
 
Windows Hello จะช่วยให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้คอมพิวเตอร์ของพวกเขา ด้วยการจดจำใบหน้า (Facial Recognition) การสแกนม่านตา (Iris Scanning) หรือเครื่องอ่านลายนิ้วมือ (Fingerprint Readers) ซึ่งด้วยวิธีการเหล่านี้ มันจะช่วยกำจัดความยุ่งยากที่คุณจะต้องจดจำรหัสผ่านได้ในทันที และในทุกๆ ครั้งที่พนักงานกำลังพยายามเข้าสู่ระบบ และมันยังช่วยให้กระบวนการลงชื่อเข้าใช้ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และด้วยสิ่งนี้ ที่ทำให้พนักงานส่วนใหญ่มีโอกาสมากขึ้นที่จะล็อคระบบของพวกเขาเมื่ออยู่ห่างจากโต๊ะทำงาน นั่นจึงเป็นการปรับปรุงด้านความปลอดภัยโดยรวมขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น
 
นอกจากนี้ Windows Hello ยังถูกบรรจุไว้ใน Windows 10 แต่บริษัทต่างๆ ที่ต้องการจะเปิดใช้เทคโนโลยีดังกล่าว จะต้องแน่ใจด้วยว่ากล้อง (Cameras), ตัวอ่านลายนิ้วมือ (Fingerprint Reader) และอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อการยืนยันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์บุคคลต่างๆ (Biometric Accessories) ของพวกเขาสามารถเข้ากันได้กับ Windows Hello ยกตัวอย่างเช่น  HP EliteBook X360 ที่มีฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นทั้งหมดในตัว ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากWindows Hello ได้อย่างเต็มที่
 

เตรียมรับมือกับ Ransomwareโดยการปกป้องข้อมูลของคุณ

Ransomware เป็นภัยคุกคามอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้จัดการด้านIT ไม่สามารถนอนหลับได้สนิท และการเข้ามาในสำนักงานของพวกเขาเพื่อลงความเห็นว่าPC ของบริษัทถูกล็อคโดยเหล่าร้ายที่ต้องการเรียกร้องค่าไถ่ คงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครสนุกกับมันแน่
 
สาเหตุที่ทำให้ Windows 10 เพิ่มความสามารถในการป้องกันRansomware ได้มากยิ่งขึ้นนั้นมาจาก "มันทำให้การโจมตีมีโอกาสน้อยมากที่จะประสบความสำเร็จ" ส่วนแรกของขั้นตอนนี้ก็คือ ตัวเลือกการเข้าถึงโฟลเดอร์ที่ถูกควบคุม สิ่งนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้แอพพลิเคชั่นที่ไม่คุ้นเคยเข้าถึงโฟลเดอร์สำคัญๆ ได้ เช่น เอกสารและโฟลเดอร์ระบบปฏิบัติการ Windows ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้มันยากขึ้นสำหรับRansomware ที่จะแอบเข้ารหัสไฟล์ของคุณ
 
การกู้คืนไฟล์ข้อมูลหลังตรวจพบ Ransomware สามารถทำได้โดยโปรแกรมOneDrive ที่ติดตั้งมาพร้อมกับ Windows 10 นอกจากนี้บัญชี Premium OneDrive ก็ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถกู้คืนไฟล์ที่เป็นเวอร์ชั่นก่อนหน้าที่จะถูกแก้ไขหรือถูกลบได้แบบย้อนกลับ ซึ่งก็หมายความว่า แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดผู้ใช้ก็ควรที่จะสามารถย้อนกลับนาฬิกาและกู้คืนข้อมูลที่มีการเข้ารหัสได้(Encrypted Data)
 

การเรียกใช้ Linuxบน Windows

การโยกย้ายไปยัง Windows 10ไม่ได้เป็นการมอบเพียงแค่ระบบปฏิบัติการระบบเดียวเท่านั้น แต่คุณยังสามารถเลือกใช้ได้อย่างน้อยถึงสองระบบ นอกจากนี้ Windows 10 Hyper-V Manager ก็ยังช่วยให้คุณสามารถติดตั้งและใช้งานLinux Distribution ได้ ยกตัวอย่างเช่น Ubuntu ที่เป็นเหมือนเครื่องเสมือน (Virtual Machine) ภายในเครื่องWindows ของคุณ
 
สิ่งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับพนักงานในองค์กรของคุณได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น นักพัฒนาเว็บที่ไม่จำเป็นต้องเรียกใช้เครื่องแยกต่างหาก (Separate Machine) หรือติดตั้งเครื่องมือ Virtualization โดยเฉพาะ เพื่อสลับไปมาระหว่างสภาพแวดล้อม ในขณะที่คุณสามารถทำงานกับ Linux Distro ที่คุณเลือกภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที นอกจากนี้ คุณก็ยังสามารถสร้าง Virtual Machines ที่แตกต่างกันสำหรับวัตถุประสงค์/โครงการที่แตกต่างกัน และยังสามารถยกเลิก VM ได้แบบง่ายๆ หลังจากที่คุณใช้งานมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
 
อย่างไรก็ตาม Virtual Machine นั้นสามารถที่จะทำงานได้เช่นเดียวกับแอพพลิเคชั่นWindows อื่นๆ ซึ่งก็หมายความว่าคุณสามารถที่จะตัด (Cut)และวาง (Paste) ข้อมูลระหว่างเดสก์ท็อปของ Windowsและ Linux ได้  
 

ช่วยให้การอัปเดตสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าบรรดาพนักงานคงไม่ได้วางโปรแกรม Windows Update ไว้ที่ด้านบนสุดของรายการที่พวกเขาต้องทำ นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่คุณจะได้ยินเสียงพร่ำบ่นที่แสดงออกถึงความสิ้นหวัง เมื่อพนักงานก้าวออกจากโต๊ะของพวกเขาได้ไม่ถึงสิบนาที เพื่อที่จะพบว่า Windowsได้ทำการอัปเดตไปในขณะที่พวกเขาไม่อยู่ที่นั่น โดยที่งานทั้งหมดของพวกเขาไม่ได้ถูกบันทึกไว้
 
การจัดการการอัปเดตคอมพิวเตอร์ (Update Management) ในองค์กร จะได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นด้วย Windows 10 ซึ่งอันดับแรกนั้นได้แก่ การรีสตาร์ทต่างๆ ที่จะนำมาใช้อัปเดต จะถูกนำไปใช้นอก "ชั่วโมงการทำงาน" โดยมีค่าเริ่มต้นที่ช่วงเวลา 8.00 น. ถึง 17.00 น. เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้นผู้ดูแลระบบไอทีจึงสามารถตั้งค่าการอัปเดตที่จะนำไปใช้ในเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนที่ไม่จำเป็น ซึ่งในปัจจุบันผู้ใช้งานจะได้รับคำเตือนที่ชัดเจนเมื่อการปรับปรุงอยู่ระหว่างดำเนินการ
 
การอัปเดตก็ควรจะถูกนำมาใช้ได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย Unified Update Platform ใหม่ นี่จะเป็นการช่วยลดขนาดไฟล์ที่ต้องดาวน์โหลดได้อย่างมาก โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับการอัพเดตครั้งล่าสุดเท่านั้น แทนที่จะต้องดาวน์โหลดบิลด์ (Build) ใหม่ทั้งหมด นั่นจึงหมายความว่า ภาระงานบนเครือข่ายของบริษัทจะน้อยลง และยังใช้เวลาที่น้อยกว่า จนกระทั่งพนักงานได้รับการอัปเดตที่สำคัญ (Essential Updates) อย่างสมบูรณ์
 

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมด้วย Windows Autopilot

อีกประเด็นที่ทำให้แผนกไอทีต้องปวดหัวเป็นอย่างมากนั่นก็คือ การเตรียมอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้ใหม่ ในส่วนของ PC ที่ได้รับการส่งต่อจากพนักงานคนหนึ่งเพื่อไปยังพนักงานอีกคนหนึ่ง แผนก IT อาจจำเป็นที่จะต้องกวาดล้างและลบซอฟต์แวร์ทั้งหมดบนคอมพิวเตอร์ (Re-Imaged) ของพวกเขา เพื่อทำการติดตั้งทุกอย่างใหม่หมด ซึ่งก็อาจจะนำไปสู่ความล่าช้า กว่าที่พนักงานคนใหม่จะได้รับคอมพิวเตอร์ของพวกเขาไปใช้ ในทำนองเดียวกัน อุปกรณ์ใหม่ๆ ที่เข้ามาในบริษัทก็จะต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน ก่อนที่จะเตรียมพร้องและส่งมอบคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ให้กับพนักงานของพวกเขา
 
ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะ Windows Autopilot จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันสามารถใช้ได้กับ Windows ในเวอร์ชั่นที่เป็น OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือแม้แต่เครื่องที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้วของพนักงานและถูกจัดเข้าไปในในหมวดที่มีสถานะ "พร้อมใช้งานทางธุรกิจ" โดยใช้นโยบายการติดตั้งแอพพลิเคชั่น หรือใช้การตั้งค่าเฉพาะของบริษัท ไปจนถึง PC ที่ใช้ Windows 10 นอกจากนี้มันยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับรุ่นของPC  Windows 10 ที่กำลังใช้งานอยู่ เช่น เปลี่ยนจาก Windows 10 Pro ไปเป็น Enterprise Edition เป็นต้น
 
การอัปเดตด้วย Windows 10 เวอร์ชั่น 1903ใหม่นั้น หมายความว่า บริษัทสามารถตั้งค่าการใช้งานให้กับ PCใหม่ของลูกค้าก่อนที่จะส่งมอบ (Pre-Configure) จากคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้พวกเขาพร้อมกับการดำเนินการทางธุรกิจตั้งแต่วินาทีแรกที่อุปกรณ์เดินทางมาถึงตัวอาคาร
 

การทำงานบนเดสก์ท็อปเสมือนจริง (Virtual Desktops)

นอกจากสิ่งที่เราได้เสนอมาก่อนหน้านี้ในข้างต้นแล้วว่า คุณสามารถเรียกใช้ระบบปฏิบัติการหลายระบบภายใต้อุปกรณ์Windows 10 ได้อย่างไรนั้น คุณยังสามารถที่จะเรียกใช้ Windows 10 ได้หลากหลายเวอร์ชั่นในอุปกรณ์ Windows 10 ได้อีกด้วย!
 
เดสก์ท็อปเสมือนจริง หรือ Virtual Desktop จะช่วยให้พนักงานสร้างเดสก์ท็อปที่แตกต่างกัน สำหรับวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ซึ่งสมาชิกของทีมขายอาจมีหนึ่งเดสก์ท็อปที่ประกอบไปด้วยแอพพลิเคชั่นสำหรับบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าของบริษัทหรือCRM (Customer Relationship Management), PowerPoint และ Skypeเพื่อให้พวกเขาสามารถมุ่งเน้นไปที่การพิชิตใจ "ว่าที่ลูกค้า" ของพวกเขาได้ ในส่วนของเดสก์ท็อปที่แยกย่อย (Separate Desktop) ออกมานั้น พวกเขาก็อาจจะมีเว็บเบราว์เซอร์, Microsoft Teams และอีเมล สำหรับช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการเน้นไปที่การติดต่อสื่อสารกันเป็นทีม (Team Communication)
 
มันเป็นเรื่องง่ายที่จะสลับไปมาระหว่างเดสก์ท็อปทั้งสองที่แตกต่างกัน - เพียงแค่กดปุ่ม Task View ที่อยู่ถัดจากแถบค้นหาหรือจะใช้แป้นพิมพ์ลัด Windows + Tab ที่อยู่บนคีย์บอร์ด แต่ Virtual Desktops จะช่วยให้พนักงานโฟกัสไปที่สิ่งที่พวกเขาต้องการให้ความสำคัญมากกว่า แทนที่จะสลับความสนไปมาระหว่างTaskต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
 

ท่องอินเทอร์เน็ตด้วยวิธีที่ปลอดภัยกว่า

ต้องมีบางครั้งสักครั้งที่พวกเราเผลอคลิกลิงค์ที่เราไม่แน่ใจ หรือแม้แต่การเข้าไปเยี่ยมชม Web Application ที่เราเองก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่ามันจะเป็นเว็บที่เชื่อถือได้100% ดังนั้น Windows Defender Application Guard จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานของคุณ ในการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง (Risky Sites)โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อPC ที่เหลือของพวกเขา
 
ฟีเจอร์ที่เป็นตัวเลือกเสริมนี้จะช่วยให้คุณสามารถเปิดหน้าต่างใหม่ใน "New Application Guard Window บน Edge บราวเซอร์ ซึ่งมันจะถูกทำเครื่องหมายด้วยโล่เล็กๆ ใน Taskbar เพื่อทำให้คุณมั่นใจได้ว่า คุณจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แยกขาดและปลอดภัย นอกจากนี้ Application Guard ยังทำหน้าที่เป็นภาชนะที่แยกออกจากส่วนที่เหลือของพีซีโดยสิ้นเชิง โดยทุกๆที่ที่คุณเข้าถึงในหน้าต่างเบราว์เซอร์นั้นจะไม่สามารถแพร่เชื้อไปยังส่วนที่เหลือของพีซีได้
 
หรือถ้าหากคุณกำลังใช้งาน Windows 10บนอุปกรณ์ HPคุณก็ยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับ HP Sure Click ซึ่งจะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อม Sandbox ที่ปลอดภัยในทำนองเดียวกัน สำหรับหน้าต่างเบราว์เซอร์ (Browser Window) แต่ละหน้าต่าง เพื่อให้มั่นใจว่าการโจมตีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถแพร่กระจายและติดเชื้อในเครื่องของคุณได้ ดังนั้น หากลูกค้าต้องการให้คุณใช้ Web Application ที่คุณไม่แน่ใจ คุณก็ยังสามารถที่จะเรียกใช้ Windows Defender Application Guard หรือ HP Sure Click ได้ นอกจากนี้ ยังมั่นใจได้ว่าจะไม่มีมัลแวร์ใดๆ ที่สามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปในระบบของคุณได้อย่างแน่นอน
 
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความปลอดภัย (Security)ที่ดีขึ้น, ความสามารถในการผลิต (Productivity)ที่เพิ่มมากขึ้น, ความยืดหยุ่น (Flexibility)หรือแม้แต่โอกาสใหม่ๆ ในการสื่อสารและการทำงานร่วมกันในแบบที่คุณต้องการ คุณมั่นใจได้เลยว่า Windows 10 นั้น มีประโยชน์มากมายสำหรับบริษัทของคุณอย่างแน่นอน และเมื่อรวมเข้ากับการโยกย้ายไปยัง Windows 10 พร้อมทั้งการเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ใหม่ คุณเองก็สามารถที่จะปฏิรูปแผนก IT ของคุณได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้สอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนั่นเอง

ควิกเซิร์ฟ
สินค้า
งานระบบ
บริการ
กิจกรรม
ออนไลน์
Share Mail
สวัสดีค่ะคุณ
คุณ ได้แนะนำสินค้าจาก www.quickserv.co.th ให้แก่คุณ
หมวดสินค้า
ยี่ห้อ
ชื่อ
ลิ้งค์