Please wait...
Close X
IT UPDATE ENTERPRISE
AI พลิกโฉมวงการแพทย์ไทย จากข้อมูลสู่การดูแลผู้ป่วยอย่างแม่นยำ ด้วยเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน

Healthcare 4.0 กำลังมาถึง และ AI คือหัวใจของการเปลี่ยนผ่าน
ทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนา “ระบบสาธารณสุขอัจฉริยะ” ที่ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมการทำงานของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มรูปแบบ ประเทศไทยเองก็ไม่ต่างกัน ตามรายงาน Thailand Talent Landscape 2025–2029 ของ NXPO อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพเป็นหนึ่งใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายระดับประเทศ ซึ่งมีความต้องการบุคลากรทักษะสูงกว่า 70,000 ตำแหน่งภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะด้าน AI, Data Analytics, Bioinformatics, Genomic Technology และ Medical Robotics พร้อมกันนั้น เทรนด์โลกปี 2025 ยังชี้ว่า AI Healthcare จะเปลี่ยนจาก “ระบบวิเคราะห์ข้อมูล” สู่ “ระบบตัดสินใจร่วมกับมนุษย์ (Human-AI Collaboration)” ไม่ว่าจะเป็น Agentic AI ที่วิเคราะห์ข้อมูลหลายแหล่งอัตโนมัติ
AI Vision ที่ช่วยแพทย์อ่านภาพถ่ายทางการแพทย์ หรือ AI เชิงคาดการณ์ที่ช่วยคัดกรองความเสี่ยงของผู้ป่วยล่วงหน้า ทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็น โครงสร้างหลักของโรงพยาบาลยุคใหม่ Smart Hospital
(
https://www.nxpo.or.th/th/en/35982/)

 


AI กำลังเปลี่ยน “วิธีการทำงาน” ของโรงพยาบาลไทยอย่างไร

1. วินิจฉัยโรคได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
AI Vision และ Machine Learning สามารถประมวลผลภาพเอกซเรย์ CT หรือ MRI
ในระดับความละเอียดที่เกินกว่ามนุษย์จะมองเห็นได้ทันที
                -  ตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น เช่น มะเร็ง, เส้นเลือดตีบ, หรือความผิดปกติของสมอง
                -  เพิ่มโอกาสรอดชีวิต และลดภาระของแพทย์เฉพาะทาง


2. ข้อมูลผู้ป่วยแบบ 360° (Smart Health Data Integration)
AI เชื่อมข้อมูลจากหลายระบบ — EHR, ห้องแล็บ, ระบบยา, IoT อุปกรณ์ตรวจชีพจร
                -  ทำให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลทั้งหมดของผู้ป่วยแบบเรียลไทม์
                -  ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และลดความผิดพลาดที่เกิดจากการบันทึกด้วยมือ
                -  นำไปสู่การรักษาแบบ “Personalized Medicine” ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล




3. คาดการณ์ภาระงานและการใช้ทรัพยากรได้แม่นยำ
AI วิเคราะห์แนวโน้มผู้ป่วยในแต่ละช่วงเวลา
ช่วยโรงพยาบาลวางแผนการใช้เตียง บุคลากร และยา
                -  ลดความแออัด เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น
                -  ช่วยฝ่ายบริหารตัดสินใจได้เร็วขึ้นบนพื้นฐานข้อมูลจริง


4. บริการคนไข้ด้วย Virtual Assistant และ Chatbot
AI ช่วยจัดการงานบริการเบื้องต้น เช่น
                
•  การนัดหมายอัตโนมัติ
                             •  การแจ้งเตือนการทานยา
                             •  
การตอบคำถามทั่วไป 24 ชั่วโมง ลดภาระของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วย



หัวใจของการเปลี่ยนผ่าน
“AI ไม่ได้มาแทนคน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ไทยทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
นี่คือแก่นแท้ของ Healthcare 4.0  AI จะไม่แทนแพทย์ แต่จะช่วยให้แพทย์ รักษาได้ดีกว่าเดิม รวดเร็วกว่าที่เคย และแม่นยำกว่าที่มนุษย์คนเดียวจะทำได้ AI จะทำในสิ่งที่ “เครื่องจักรเก่งกว่า” เพื่อให้มนุษย์ได้โฟกัสกับสิ่งที่ “หัวใจเก่งกว่า” การดูแลชีวิตผู้ป่วยอย่างเข้าใจและมีเมตตา
 
QuickServ: พันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับวงการ Healthcare

ในขณะที่ AI คือ “สมอง” ของระบบ QuickServ คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้สมองนั้นทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ QuickServ มุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที่ปลอดภัย เสถียร และพร้อมต่อการขยาย
ให้โรงพยาบาลทุกระดับ ตั้งแต่คลินิกเฉพาะทางจนถึงศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ สามารถเริ่มต้นใช้งาน AI ได้จริง

 
 โครงสร้างพื้นฐานที่ QuickServ พร้อมให้บริการ


หมวดเทคโนโลยี โซลูชันจาก QuickServ ประโยชน์ต่อโรงพยาบาล
AI Server & GPU Infrastructure Dell PowerEdge, Lenovo ThinkSystem, HPE, NVIDIA, AMD Instinct

ประมวลผลภาพเอกซเรย์ วิดีโอ และข้อมูลการแพทย์

ขนาดใหญ่ได้แบบเรียลไทม์

Storage & Data Management IBM FlashSystem, Synology Enterprise NAS เก็บข้อมูลผู้ป่วยและผลตรวจหลายล้านรายการได้อย่างปลอดภัยตาม PDPA/HIPAA
Power & Cooling System APC, Eaton รักษาความเสถียรของระบบตลอด 24 ชม. ป้องกัน downtime
Network & Cybersecurity Cisco Secure, Fortinet ปกป้องข้อมูลสุขภาพจากภัยไซเบอร์และการโจมตี
Edge & IoT Integration ระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ตรวจวัดในห้องผู้ป่วยสู่ระบบ AI Center ทำให้แพทย์เห็นข้อมูลชีพจรและการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยแบบเรียลไทม์


QuickServ ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ช่วย “ออกแบบ – ติดตั้ง – ปรับแต่ง – ดูแลหลังการขาย”
เพื่อให้ระบบ AI Healthcare ของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรก




QuickServ ไม่ได้ขายแค่ Hardware — แต่ขาย “Solution เพื่ออนาคตของการแพทย์ไทย”

เราเข้าใจว่าโรงพยาบาลไม่ได้ต้องการแค่เครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือ GPU แต่ต้องการ “ระบบที่ทำงานจริง” ดังนั้น QuickServ จึงพร้อมเป็น AI Infrastructure Partner ที่ทำให้ทุกโครงการด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์  ไม่ว่าจะเป็น
                •  AI Diagnostic Center
                •  Smart Hospital Operation Platform
                •  AI Data Lake สำหรับงานวิจัยทางการแพทย์
                •  Genomic Data Processing Center
สามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ มีเสถียรภาพ และต่อยอดได้ในอนาคต


มองไปข้างหน้า: AI จะเปลี่ยนบทบาทของโรงพยาบาลไทยอย่างไร
1. จากระบบรักษา สู่ระบบคาดการณ์ (Predictive Healthcare)
แทนที่จะรักษาหลังป่วย AI จะช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงและป้องกันโรคก่อนเกิด
เช่น วิเคราะห์พฤติกรรมการนอน อาหาร หรือข้อมูลสวมใส่ (wearable data)

2. จากข้อมูลกระจัดกระจาย สู่ระบบกลางที่เชื่อมโยงกัน (Unified Data)
โรงพยาบาลหลายแห่งจะเริ่มเชื่อมข้อมูลข้ามระบบ
ทำให้การรักษาและติดตามผู้ป่วยแม่นยำต่อเนื่อง แม้ย้ายสถานพยาบาล

3. จากเทคโนโลยีเฉพาะจุด สู่โครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจร (AI-Ready Infrastructure)
โรงพยาบาลที่ลงทุนด้าน Hardware, Network และ Storage อย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้
จะสามารถต่อยอดระบบ AI ได้ทันทีในอนาคต โดยไม่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์
 

AI คือคลื่นเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนวงการแพทย์ไทยอย่างลึกซึ้ง แต่ความสำเร็จของมันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่มั่นคงและน่าเชื่อถืออยู่เบื้องหลัง เพราะเบื้องหลังการดูแลที่แม่นยำ คือเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้
และ QuickServ คือผู้เชื่อมโยงสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นจริง


ควิกเซิร์ฟ
สินค้า
งานระบบ
บริการ
กิจกรรม
ออนไลน์
100