แนวทางการเลือกโซลูชัน Bitdefender EPP, EDR, XDR และ MDR ที่เหมาะสมสำหรับองค์กรไทย
Please wait...
Close X
1770373830.jpg
1749092473.png
1769590975.jpg
1770001026.jpg
1769673269.jpg
1770951441.jpg
1770108497.jpg
1768991310.jpg
1770880633.jpg
1769662216.jpg
ENTERPRISE IT UPDATE
แนวทางการเลือกโซลูชัน Bitdefender EPP, EDR, XDR และ MDR ที่เหมาะสมสำหรับองค์กรไทย
ในยุคที่ภัยคุกคามไซเบอร์โจมตีองค์กรไทยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การโจมตีแบบ ransomware ไปจนถึงการลอบเข้าระบบแบบไม่เปิดเผย (fileless attack) การมี “โซลูชัน Endpoint Security ที่ตอบโจทย์จริง” จึงไม่ใช่เรื่องเลือกตามราคา แต่ต้องเลือกให้เข้ากับระดับความเสี่ยง ความพร้อมทีม และเป้าหมายเชิงธุรกิจ



โซลูชันความปลอดภัยจาก
Bitdefender ตั้งแต่ EPP → EDR → XDR → MDR สามารถจัดสัดส่วนได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณเลือกได้ถูกต้องและคุ้มค่ากับองค์กรไทยในทุกขนาด
 

1. เริ่มจากการประเมินความเสี่ยงขององค์กร
การประเมินเป็นขั้นแรกสำคัญ เพราะไม่มีโซลูชันใด “เหมาะกับทุกคน” พิจารณาจาก:
               •  ข้อมูลและระบบใดที่สำคัญที่สุด (เช่น ฐานลูกค้า, ระบบ POS, ระบบคลังสินค้า)
               •  ระดับภัยคุกคามที่เคยเผชิญ
               •  ทีมดูแล IT/Security ที่มีอยู่
               •  Compliance หรือมาตรฐานที่องค์กรต้องปฏิบัติตาม
หากองค์กรยังไม่มีทีม Security Monitor → ควรพิจารณา MDR
หากองค์กรมีทีม IT พร้อมวิเคราะห์ภัย → EDR/XDR จะช่วยเพิ่ม Visibility
 

2. เข้าใจบทบาทของโซลูชันแต่ละระดับ
EPP — Endpoint Protection Platform รากฐานของความปลอดภัย Endpoint คือด่านแรกของการป้องกันภัยคุกคามบนอุปกรณ์ปลายทาง เช่น PC, Notebook, Server และ VM
หน้าที่หลักคือ ป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Prevention-first) โดยใช้เทคโนโลยีอย่าง Signature-based, Machine Learning และ Behavioral Analysis


สิ่งที่ EPP ทำได้ดี
                •  ป้องกันไวรัส มัลแวร์ แรนซัมแวร์ ทั้งแบบไฟล์และไร้ไฟล์ (fileless)
                •  บล็อกภัยคุกคามอัตโนมัติก่อนจะสร้างความเสียหาย
                •  ทำงานเบื้องหลัง ใช้ทรัพยากรเครื่องต่ำ ไม่รบกวนผู้ใช้งาน



              เหมาะกับใคร
              -  องค์กรเริ่มต้น, SMB
              -  องค์กรที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน
              -  ธุรกิจที่ต้องการ “ป้องกันก่อน” เป็นหลัก


              ข้อจำกัด
              -  หากเกิดการโจมตีที่ซับซ้อนหรือเลี่ยงการป้องกันได้
              -  ไม่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมย้อนหลังหรือสืบสวนเชิงลึกได้
              สรุป: EPP คือ “เกราะป้องกันพื้นฐาน” ที่ทุกองค์กรควรมี แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของภัยคุกคามยุคใหม่
 

EDR — Endpoint Detection & Response การมองเห็นภัยคุกคามเชิงลึกบน Endpoint
การมองเห็นภัยคุกคามเชิงลึกบน Endpoint EDR เข้ามาเติมช่องว่างของ EPP โดยเน้นที่ การตรวจจับ (Detection), การสืบสวน (Investigation) และ การตอบสนอง (Response) แทนที่จะดูแค่ “ไฟล อันตรายหรือไม่” EDR จะดูว่า ผู้โจมตีกำลังทำอะไรอยู่ในเครื่องเรา

              สิ่งที่ EDR ทำได้ดี
               •  ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ เช่น process แปลก, privilege escalation
               •  แสดง Timeline การโจมตี
               •  ช่วย isolate เครื่อง, kill process, rollback การเปลี่ยนแปลง



             เหมาะกับใคร
             -  องค์กรที่มีทีม IT หรือ Security
             -  ต้องการ visibility และข้อมูลเชิงลึก
             -  ต้องการควบคุมและตอบสนองเหตุการณ์ด้วยตัวเอง


            ข้อจำกัด
            -  ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ในการวิเคราะห์ alert
            -  หากไม่มีคนดู อาจ “รู้ว่าโดนโจมตี แต่ตอบไม่ทัน”
           สรุป: EDR คือ “กล้องวงจรปิด + เครื่องมือสืบสวน” แต่ต้องมีคนใช้งานเป็น
 
XDR — Extended Detection & Response ภาพรวมภัยคุกคามทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่ Endpoint
XDR ขยายขอบเขตจาก EDR โดยรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น Endpoint, Network, Cloud workload, Email / Identity เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ให้เห็นว่า การโจมตีเริ่มจากตรงไหน และลุกลามไปอย่างไร



               สิ่งที่ XDR ทำได้ดี
                •  Correlate เหตุการณ์จากหลายระบบ
                •  ลด Alert จำนวนมากให้เหลือเหตุการณ์สำคัญ
                •  วิเคราะห์การโจมตีแบบ Multi-stage ได้ชัดเจน


                เหมาะกับใคร
               -  องค์กรที่ระบบ IT ซับซ้อน
               -  มี Hybrid / Cloud / หลายสาขา
              -  ต้องการมุมมองระดับ Enterprise


               ข้อจำกัด
               -  ค่าใช้จ่ายสูงกว่า EDR
               -  ต้องการทีมที่เข้าใจภาพรวมระบบ
               สรุป: XDR คือ “ศูนย์สืบสวนภัยไซเบอร์ทั้งองค์กร” ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำ


MDR — Managed Detection & Response มีทีม Security มืออาชีพดูแลให้ 24×7
MDR คือการนำ EDR/XDR มาผสานกับ ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านควา ปลอดภัย (SOC), Threat Hunting เชิงรุก และการตอบสนองเหตุการณ จริง โดยองค์กรไม่ต้องมีทีม SOC เอง

                สิ่งที่ MDR ทำได้ดี
                 •  เฝ้าระวังระบบตลอด 24×7
                 •  วิเคราะห์เหตุการณ์ ลด false positive
                 •  ตอบสนองทันทีเมื่อเกิดภัยคุกคามจริง
                 •  ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์หลังเหตุการณ์


                 เหมาะกับใคร
                 -  องค์กรไทยส่วนใหญ่
                 -  ไม่มีทีม Security เชิงลึก
                 -  ต้องการความอุ่นใจและลดความเสี่ยงจาก Human Error


                 ข้อจำกัด
                 -  ต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์จริง
                 -  ต้องมี SLA และกระบวนการที่ชัดเจน
                 สรุป: MDR คือ “การมี SOC มืออาชีพ โดยไม่ต้องสร้างเอง”
 
 

สรุปภาพรวมแบบเข้าใจง่าย
                •  EPP = ป้องกันพื้นฐาน (ทุกองค์กรต้องมี)
                •  EDR = รู้ว่าโดนโจมตีอย่างไร
                •  XDR = เห็นภาพการโจมตีทั้งองค์กร
                •  MDR / MDR+ = มีทีมผู้เชี่ยวชาญดูแลให้ครบวงจร
ด้วยโซลูชันของ Bitdefender องค์กรไทยสามารถเริ่มจากระดับพื้นฐาน และขยายไปสู่การป้องกันเชิงรุกระดับสูงได้บนแพลตฟอร์มเดียว ตามการเติบโตของธุรกิจ
 

3. แนวทางเลือกโซลูชันตามความพร้อมขององค์กร
องค์กรไทยมีความพร้อมด้านบุคลากร งบประมาณ และโครงสร้าง IT แตกต่างกัน การเลือกโซลูชัน Endpoint Security จึงควร “เริ่มให้เหมาะ” และ “ขยายให้ถูกจังหวะ” ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากระดับสูงสุดเสมอไป
 

องค์กรที่ไม่มีทีม Security เชิงลึก แนวทางแนะนำ: EPP + MDR
องค์กรจำนวนมากมีเพียงทีม IT ที่ดูแลระบบทั่วไป ไม่มีทีม SOC หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ การเลือก EPP + MDR จะช่วยปิดช่องว่างด้านบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
               •  Bitdefender EPP ทำหน้าที่เป็นรากฐานของความปลอดภัย ป้องกันไวรัส มัลแวร์ และแรนซัมแวร์บน Endpoint โดยอัตโนมัติ
               •  MDR ช่วยเสริมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่คอยเฝ้าระวัง วิเคราะห์ และตอบสนองภัยคุกคามตลอด 24×7 แทนทีมภายใน
เหมาะกับ
               •  SMB / องค์กรขนาดกลาง
               •  ธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัย แต่ไม่มีทีม Security
               •  องค์กรที่ต้องการ “ความอุ่นใจ” โดยไม่ต้องสร้าง SOC เอง
แนวคิดสำคัญ: มีระบบ + มีคนดูแล = ลดความเสี่ยงจากการตรวจไม่ทัน
 


องค์กรที่มีทีม IT พร้อมทำงานเชิงลึก แนวทางแนะนำ: EPP + EDR
องค์กรที่มีทีม IT หรือ Security ภายใน และต้องการควบคุมการตอบสนองด้วยตนเอง ควรเพิ่ม EDR เพื่อยกระดับจากการป้องกันไปสู่การตรวจจับเชิงลึก
                •  EPP ช่วยป้องกันภัยคุกคามทั่วไปในระดับพื้นฐาน
                •  EDR เพิ่ม Visibility บน Endpoint ทำให้เห็นพฤติกรรมผิดปกติ, Timeline การโจมตี และรายละเอียดเชิงเทคนิค


                ข้อดี
                •  ทีมภายในสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ละเอียดขึ้น
                •  ตอบสนองได้รวดเร็ว เช่น isolate เครื่อง หรือหยุด process อันตราย
                •  เหมาะกับองค์กรที่ต้องการควบคุม Security ด้วยตนเอง
แนวคิดสำคัญ: รู้ทันภัย และจัดการเองได้
 

องค์กรที่ระบบ IT ซับซ้อน แนวทางแนะนำ: EPP + EDR + XDR
เมื่อองค์กรมีหลายระบบ เช่น On-Prem, Cloud, Hybrid, หลายสาขา หรือ มีแอปพลิเคชันจำนวนมาก การดูเฉพาะ Endpoint อาจไม่เพียงพอ XDR จะเข้ามาเชื่อมภาพทั้งหมดเข้าด้วยกัน
               •  XDR รวมข้อมูลจาก Endpoint, Network, Cloud และระบบอื่น ๆ
               •  วิเคราะห์เหตุการณ์แบบ Correlation ทำให้เห็นการโจมตีแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage attack)
               •  ลด Alert ที่ซ้ำซ้อน เหลือเฉพาะเหตุการณ์สำคัญ


               เหมาะกับ
               •  องค์กรขนาดกลาง–ใหญ่
               •  ธุรกิจที่มีโครงสร้าง IT ซับซ้อน
               •  ทีม IT/Security ที่ต้องการมุมมองระดับองค์กร
แนวคิดสำคัญ: ไม่ดูแค่จุดเดียว แต่เห็นทั้งภาพการโจมตี


 

องค์กร Enterprise ที่ต้องพร้อม 24×7 แนวทางแนะนำ: EPP + EDR + XDR + MDR
องค์กรระดับ Enterprise หรือองค์กรที่มีระบบสำคัญสูง ไม่สามารถรับความเสี่ยงจากการ “ไม่มีคนดูแลนอกเวลางาน” ได้ แนวทางที่เหมาะสมที่สุดคือการใช้ครบทุกระดับ
                •  EPP + EDR + XDR ให้การป้องกันและการวิเคราะห์เชิงลึกครบวงจร
                •  MDR เสริมทีม SOC มืออาชีพ คอยเฝ้าระวัง Threat Hunting และตอบสนองเหตุการณ์จริงตลอด 24×7
               
เหมาะกับ
                •  องค์กรขนาดใหญ่ / Enterprise
                •  ธนาคาร, การเงิน, Healthcare, Manufacturing
                •  องค์กรที่ต้องปฏิบัติตาม Compliance และ SLA สูง
แนวคิดสำคัญ: ระบบพร้อม + ทีมพร้อม = ความปลอดภัยระดับสูงสุด
 

สรุปแนวคิดการเลือกแบบเป็นขั้นเป็นตอน
                •  เริ่มจาก EPP เพื่อสร้างพื้นฐาน
                •  เพิ่ม EDR เมื่ออยากรู้ลึกและควบคุมเอง
                •  เสริม XDR เมื่อระบบซับซ้อนและต้องเห็นภาพรวม
                •  เติม MDR เมื่อองค์กรต้องการความพร้อม 24×7 โดยไม่เพิ่มภาระบุคลากร
แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรไทยสามารถเลือกใช้โซลูชัน Bitdefender ได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่า และสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว


 

4. เกณฑ์สำคัญที่ต้องใช้ประกอบการตัดสินใจ
การเลือกโซลูชัน EPP, EDR, XDR หรือ MDR ไม่ควรดูจากฟีเจอร์อย่างเดียว แต่ควรประเมินจาก “ผลกระทบทางธุรกิจ” และ “ความพร้อมขององค์กร” เป็นหลัก เกณฑ์ต่อไปนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ

ความเสี่ยงของข้อมูล (Data Risk)
คำถามสำคัญ: ระบบใดสำคัญที่สุด? หากถูกโจมตีจะกระทบอะไรบ้าง? ให้พิจารณาว่า Endpoint หรือระบบใดเกี่ยวข้องกับ

                •  ข้อมูลลูกค้า / ข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
                •  ข้อมูลทางการเงิน / ธุรกรรม
                •  ระบบผลิต / ระบบให้บริการหลักแนวทางเลือก
                •  หากผลกระทบสูง → ควรมี EDR/XDR เพื่อวิเคราะห์เชิงลึก
                •  หากไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้ → ควรเสริม MDR เพื่อดูแล 24×7แนวคิด: ยิ่งข้อมูลสำคัญ ยิ่งต้องรู้เร็วและตอบสนองให้ทัน
 

ความพร้อมของทีม (People Readiness)
คำถามสำคัญ: มีทีม Security ภายในหรือไม่? หรือมีแค่ทีม IT ทั่วไป? องค์กรไทยจำนวนมากมีทีม IT ที่ดูแลระบบ แต่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity โดยตรง ซึ่งส่งผลต่อการเลือกโซลูชันโดยตรง

               แนวทางเลือก

               •  ไม่มีทีม Security → EPP + MDR
               •  มีทีม IT ที่วิเคราะห์ได้ → EPP + EDR
               •  มีทีม Security เต็มรูปแบบ → EDR + XDR (อาจไม่ต้อง MDR)แนวคิด: เครื่องมือดีแค่ไหน ถ้าไม่มีคนดู ก็ยังเสียง


 

การวิเคราะห์ภัย (Threat Visibility & Analysis)
คำถามสำคัญ: องค์กรต้องการรู้แค่ว่า “บล็อกได้หรือไม่” หรืออยากรู้ว่า “ใคร ทำอะไร เมื่อไร อย่างไร”? ระดับความต้องการข้อมูลมีผลอย่างมากต่อการเลือกโซลูชัน
                •  แค่ป้องกัน → EPP
                •  ต้องสืบสวนย้อนหลัง → EDR
                •  ต้องเห็นภาพการโจมตีทั้งองค์กร → XDR

                แนวทางเลือก
                •  ต้องการ Visibility เชิงลึก → EDR / XDR
                •  ต้องการ Correlation ข้ามระบบ → XDR
                 
แนวคิด: รู้ลึก = ตัดสินใจได้แม่นยำ
 

งบประมาณ (Budget & ROI)
คำถามสำคัญ: งบประมาณควรลงทุนกับเทคโนโลยี หรือบริการ Managed แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน? งบประมาณไม่ใช่แค่ “ค่า License” แต่รวมถึง
                •  ค่าแรงบุคลากร
                •  ค่า Downtime
                •  ความเสียหายจาก Data Breach

               แนวทางเลือก
               •  งบจำกัด แต่ไม่มีคนดู → MDR คุ้มกว่าจ้างทีมเอง
               •  มีทีมอยู่แล้ว → ลงทุนที่ EDR/XDR เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทีม          แนวคิด: ลงทุนถูกที่ ดีกว่าประหยัดผิดจุด



Compliance และกฎหมาย (Regulatory & Compliance)
คำถามสำคัญ: องค์กรต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือมาตรฐานใดบ้าง? เช่น

                •  PDPA
                •  ISO/IEC 27001
                •  ข้อกำหนดด้าน IT Audit
                •  มาตรฐานเฉพาะอุตสาหกรรม (การเงิน, Healthcare)

               แนวทางเลือก
               •  ต้องมี Audit Trail / Log / Report → EDR / XDR
               •  ต้องตอบ Incident อย่างเป็นระบบ → MDR
               แนวคิด: Security ที่ดี ต้องตอบโจทย์ทั้งเทคนิคและกฎหมาย
 

สรุปเกณฑ์การตัดสินใจแบบย่อ
              •  ข้อมูลสำคัญแค่ไหน → เลือกระดับการป้องกัน
              •  ทีมพร้อมแค่ไหน → เลือกเครื่องมือหรือบริการ
              •  ต้องการเห็นลึกแค่ไหน → EDR หรือ XDR
              •  งบประมาณเท่าไร → Technology vs Managed
              •  ต้องผ่าน Compliance อะไร → เลือกโซลูชันที่มี Report และ
Response
การพิจารณาเกณฑ์เหล่านี้ร่วมกัน จะช่วยให้องค์กรไทยเลือกโซลูชัน Bitdefender ได้อย่างเหมาะสม ไม่เกินจำเป็น และพร้อมขยายในอนาคต
 

5. ตัวอย่างแนวทางเลือกโซลูชันในองค์กรไทย
ธุรกิจขนาดกลางที่ต้องป้องกันข้อมูลลูกค้าและธุรกรรม - แนวทางแนะนำ: EPP + EDR (หรือ MDR หากไม่มีทีม SOC)
องค์กรกลุ่มนี้มักเป็นบริษัทที่มีข้อมูลลูกค้า ข้อมูลธุรกรรม หรือระบบภายในที่มีความสำคัญ เช่น บริษัทบริการ, ค้าปลีก, โลจิสติกส์, โรงงาน หรือธุรกิจที่เริ่มเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น

             •  EPP ช่วยป้องกันมัลแวร์และแรนซัมแวร์ในระดับพื้นฐาน ลดความเสี่ยงจากภัยทั่วไป
             •  EDR เพิ่มความสามารถในการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ และช่วยให้ทีม IT วิเคราะห์เหตุการณ์ได้ลึกขึ้น
             •  หากองค์กร ไม่มีทีม SOC หรือไม่มีคนดู Alert ตลอดเวลา การเลือก MDR จะช่วยให้มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและตอบสนองแทน

จุดเด่นของแนวทางนี้
            •  คุมความเสี่ยงได้ดีในงบประมาณที่เหมาะสม
            • ปรับระดับได้ตามการเติบโตของธุรกิจ
            •  ลดโอกาสเกิดเหตุที่ “รู้ช้า ตอบช้า” 


 

องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูงสุด - แนวทางแนะนำ: EPP + EDR + XDR + MDR
องค์กรระดับ Enterprise หรือองค์กรที่มีระบบสำคัญสูง เช่น การเงิน, Healthcare, Manufacturing, Infrastructure หรือองค์กรที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงจาก Downtime หรือ Data Breach ได้
               •  EPP + EDR + XDR ให้การป้องกัน ตรวจจับ และวิเคราะห์ภัยคุกคามแบบครบวงจร
               •  MDR เติมทีม SOC มืออาชีพที่ทำงานตลอด 24×7 ช่วย Threat Hunting และตอบสนองเหตุการณ์จริงทันที

           
 ข้อได้เปรียบ
              •  ไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะทีมภายใน
              •  พร้อมรับมือภัยคุกคามขั้นสูง (Advanced Threat)
              •  รองรับ SLA และ Compliance ระดับองค์กร
              แนวคิดสำคัญ: ระบบอัตโนมัติ + ผู้เชี่ยวชาญ = ความปลอดภัยที่ยั่งยืน
 

สรุปภาพรวมจากตัวอย่างองค์กรไทย
              •  องค์กรขนาดกลาง → เริ่มจาก EPP + EDR / MDR
              •  องค์กรที่ระบบกระจาย → เพิ่ม XDR เพื่อเห็นภาพรวม
              •  องค์กร Enterprise → ใช้ครบ EPP + EDR + XDR + MDR เพื่อความพร้อมสูงสุด

แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรไทยสามารถเลือกโซลูชัน Bitdefender ได้อย่างเหมาะสม ไม่เกินความจำเป็น แต่พร้อมขยายได้เมื่อธุรกิจเติบโต





6. บทสรุป
              •  EPP คือรากฐานของการป้องกันภัยคุกคามบน Endpoint
              •  EDR ช่วยตรวจจับและวิเคราะห์พฤติกรรมการโจมตีเชิงลึก
              •  XDR ยกระดับการมองเห็นภัยคุกคามแบบเชื่อมโยงข้ามระบบอย่างครบถ้วน
              •  MDR / MDR+ คือการมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย (Managed SOC) คอยเฝ้าระวัง วิเคราะห์ และตอบสนองภัยคุกคามให้ตลอด 24×7

โซลูชันจาก Bitdefender ครอบคลุมทุกระดับตั้งแต่ EPP → EDR → XDR → MDR / MDR+ บนแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้องค์กรสามารถเลือกใช้งานหรือขยายความสามารถด้านความปลอดภัยได้อย่างยืดหยุ่น ตามการเติบโตและระดับความเสี่ยงของธุรกิจ
การเลือกโซลูชัน Bitdefender ที่เหมาะสมสำหรับองค์กรไทย ควรพิจารณาจาก
              •  ระดับความเสี่ยงและรูปแบบภัยคุกคามที่องค์กรเผชิญ
              •  ความพร้อมของทีม IT และ Security ภายใน
              •  งบประมาณและความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว

              • ข้อกำหนดด้านกฎหมาย มาตรฐาน และ Compliance

ด้วยแนวทางนี้ องค์กรไทยสามารถเริ่มจากการป้องกันพื้นฐาน และต่อยอดไปสู่การตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองภัยคุกคามระดับสูงได้อย่างเป็น
ระบบ โดยมี Bitdefender และ QuickServ เป็นพันธมิตรด้านความปลอดภัยที่พร้อมดูแลตั้งแต่ระดับเทคโนโลยีไปจนถึงบริการ Managed Security อย่างมืออาชีพ
• สนใจสั่งซื้อ Software Bitdefender
คลิกที่นี่
ควิกเซิร์ฟ
สินค้า
งานระบบ
บริการ
กิจกรรม
ออนไลน์